DTG vs DTF ความจริงที่ควรรู้ก่อนลงทุน

ปี 2025 ก้าวสู่ปี 2026 ถือเป็นช่วงเวลาที่ตลาดงานพิมพ์เสื้อในไทยกลายเป็น “สนามแข่งขัน” ระหว่างเทคโนโลยี DTG (Direct to Garment) และ DTF (Direct to Film) อย่างชัดเจน ทั้งสองระบบสามารถทำเสื้อพิมพ์ลายได้ดี แต่เหมาะกับคนละกลุ่มงาน และมีผลต่อ “ต้นทุน, คุณภาพ และกำไร” ที่แตกต่างอย่างมาก

บทความนี้จะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกแบบ มืออาชีพ – ไม่อวยใคร – อัปเดตตามพฤติกรรมลูกค้าโรงงานไทย เพื่อช่วยให้ผู้ผลิตเสื้อ ร้านพิมพ์ SMEs และโรงงานสกรีน ตัดสินใจได้อย่างแม่นยำก่อนลงทุนเครื่องใหม่


🧩 DTG คืออะไร? เหมาะกับงานแบบไหน

DTG คือการ “พิมพ์หมึกลงบนผ้าโดยตรง” ด้วยหัวพิมพ์ประเภทอิงค์เจ็ต น้ำหมึกเป็น Water-based ค่าความคมละเอียดสูงมาก เหมาะกับงานภาพถ่าย ลายศิลปะ และเสื้อพรีเมียมที่ต้องการสัมผัสนิ่มและดูเป็นส่วนหนึ่งของเสื้อจริง

✔ จุดเด่นของ DTG

  • รายละเอียดคมชัดที่สุด

  • สัมผัสนิ่มที่สุด — ไม่มีชั้นฟิล์ม

  • เป็นเทคโนโลยีที่แบรนด์เสื้อระดับพรีเมียมเลือกใช้

  • สีสวย ตรงภาพต้นฉบับมาก

  • เหมาะกับการผลิต ชิ้นเดียวจนถึงล็อตเล็ก (1–200 ชิ้น)

✔ ข้อจำกัดของ DTG

  • เหมาะกับ Cotton เป็นหลัก

  • ต้อง Pre-treatment เสื้อเข้ม

  • ต้นทุนหมึกสูงกว่า DTF

  • ถ้าเครื่องไม่เสถียร → หยุดงานง่าย


🧩 DTF คืออะไร? เหมาะกับงานแบบไหน

DTF คือการพิมพ์ลงบนฟิล์มแล้วใช้เครื่องรีดความร้อนกดลงบนเสื้อ ทำงานง่าย เร็ว และรองรับผ้าได้หลายประเภท

✔ จุดเด่นของ DTF

  • ใช้กับผ้าได้หลายชนิด

  • ความเร็วพิมพ์สูง

  • ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก

  • ต้นทุนต่อชิ้นถูกที่สุด

✔ ข้อจำกัดของ DTF

  • ผิวสัมผัส “เป็นฟิล์ม” แข็งกว่าชัดเจน

  • สีซีดหรือแตกได้เมื่อซักหลายครั้ง

  • งานละเอียดหรือภาพบางแบบจะไม่คมเท่า DTG

  • ลูกค้างานแฟชั่น/พรีเมียมไม่ชอบผิวสัมผัสแบบนี้


🧪 ตารางเปรียบเทียบ DTG vs DTF แบบเข้าใจง่าย

ด้านเปรียบเทียบDTGDTF
คุณภาพงานภาพ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐
สัมผัสผ้า⭐⭐⭐⭐⭐ (นิ่ม)⭐⭐ (เป็นฟิล์ม)
ความทนทาน⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐
ต้นทุนต่อชิ้นสูงกว่าต่ำกว่า
เหมาะกับงานพรีเมียม / โชว์ดีเทลMass / เร็ว / ราคาถูก
กลุ่มลูกค้าแบรนด์คุณภาพ, แฟชั่น, ศิลปินร้านทั่วไป, งานด่วน, ยูนิฟอร์ม

🎯 Key Insight ปี 2026: ลูกค้ากำลังแยกเป็น 2 กลุ่มชัดเจน

ตลาดในปีนี้มีพฤติกรรมชัดเจนมากขึ้นจากปี 2023–2025:

🔵 ลูกค้าพรีเมียม เลือก DTG เพราะ

  • ต้องการผ้าสัมผัสดี

  • ยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อคุณภาพ

  • ไม่ต้องการ “ฟิล์ม” ของ DTF

  • ใช้ภาพถ่ายหรือดีเทลซับซ้อน

  • เน้น “ความรู้สึกเมื่อใส่”

🟠 ตลาด Mass เลือก DTF เพราะ

  • ราคาถูก

  • ผลิตเร็ว

  • ไม่เน้นดีเทล

  • ต้องการกำไรต่อชิ้นสูง

  • ใช้งานสั้น (งานอีเวนต์, เสื้อทีม)

นี่คือจุดที่ผู้ผลิตเสื้อต้องเลือกว่าจะเล่นเกมราคา หรือเล่นเกมคุณภาพ


💸 ต้นทุนต่อชิ้น: Danger Zone ที่หลายโรงงานคำนวณผิด

แม้ DTF จะต้นทุนถูกกว่า แต่หลายโรงงานพบปัญหา 3 ข้อนี้ในปี 2025–2026:

❌ 1. งานเคลมและ Rework สูง

เพราะงานแตก / ฟิล์มหลุด → เสียต้นทุนซ้ำ

❌ 2. ลูกค้าพรีเมียมไม่กลับมา

เพราะสัมผัสแข็ง สู้ DTG ไม่ได้

❌ 3. ต้นทุนซ่อนเร้นใน DTF สูงกว่าที่คิด

เช่น ฟิล์ม, ผงกาว, เครื่องแยกผงเสียหายง่าย

ในระยะยาว DTG ให้ “กำไรต่อเสื้อ” สูงกว่าในหลายตลาด ยิ่งถ้าเครื่องเสถียร → ROI เร็วกว่าเชื่อกัน


🏭 เทรนด์โรงงานไทย 2026: DTG กำลังกลับมาบูม

แม้ตลาด DTF จะโตมากช่วง 2021–2024 แต่ในปี 2025–2026 มีแนวโน้มว่า:

  • โรงงานใหญ่เริ่ม “เพิ่ม DTG เข้าสายการผลิต”

  • งานพรีเมียม/แบรนด์แฟชั่นเลือก DTG

  • ล็อตเล็ก (50–300 ชิ้น) โตขึ้นมาก

  • ลูกค้าต้องการงาน “นิ่ม ใส่สบาย ตรงภาพจริง”

โรงงานที่เคยพึ่ง DTF เพียงอย่างเดียวเริ่มกลับมาถามหา DTG อีกครั้ง เพราะต้องการคุณภาพงานให้แตกต่างจากคู่แข่ง


🧠 ถามตัวเอง 6 ข้อ ก่อนซื้อเครื่อง DTG หรือ DTF

ใช้เป็น Checklist ก่อนลงทุนเครื่องพิมพ์ตัวใหม่:

  1. ลูกค้าหลักต้องการ “คุณภาพ” หรือ “ความเร็ว”?

  2. ลูกค้าบ่นว่างานแข็งเกินไปไหม?

  3. รับงานภาพถ่าย / ลายละเอียดเยอะบ่อยแค่ไหน?

  4. ต้นทุนหมึก vs ต้นทุนเคลม อะไรหนักกว่ากัน?

  5. ต้องการสร้างแบรนด์พรีเมียม หรือรับงานราคาถูกทั่วไป?

  6. อยากโตด้วยคุณภาพ หรือโตด้วยปริมาณ?

ถ้าคำตอบส่วนใหญ่เป็น “คุณภาพ / พรีเมียม / แบรนด์” → DTG ชัดเจน
ถ้า “ราคาถูก / ด่วน / จำนวนมาก” → DTF ตอบโจทย์


⚙️ ทำไมเครื่อง DTG สมัยใหม่ (2026) ถึงคุ้มกว่าสมัยก่อนมาก

ตลาดจีนในปี 2026 เปลี่ยนไปเยอะ:

✔ หัวพิมพ์รุ่นใหม่ๆให้ความเสถียรสูงขึ้น พิมพ์ได้คมชัด ดูแลง่าย

✔ เครื่องรองรับงานระดับ Industrial ได้ แต่ราคาเข้าถึงง่ายขึ้น

อย่างซีรีส์ Shenlan X1S / X2S ที่ Digito นำเข้า
→ ทำให้โรงงานระดับกลางเริ่มเข้าถึงได้

✔ ระบบพรีทรีตฉลาดขึ้น

ลดงานผิดพลาด
ลดการอุดตัน
ลดหมึกขาวฟุ้ง

✔ RIP Software ฉลาดขึ้น

สีตรงกว่า + ลดหมึกได้ 10–18%
ช่วยลดต้นทุนได้ทันทีแบบไม่ต้องเพิ่มเครื่อง


🧩 บทวิเคราะห์ตามความจริง: “ไม่มีใครแพ้ ไม่มีใครชนะ” แต่ขึ้นกับงานที่ทำ

🔵 DTG ชนะในกลุ่ม:

  • เสื้อแบรนด์

  • เสื้อศิลปิน

  • เสื้อพรีเมียม

  • สตรีทแฟชั่น

  • ลายภาพถ่าย

  • งานที่ต้องการ Texture นิ่ม

🟠 DTF ชนะในกลุ่ม:

  • เสื้อทีม

  • งานด่วน

  • เสื้ออีเวนต์

  • งานราคาควบคุม

  • สินค้าของแจกจำนวนมาก

อย่าพยายามใช้เครื่องเดียวครอบโลก — มันไม่เคยได้ผล

หากธุรกิจต้องการคุณภาพและมาร์จิ้นที่สูงขึ้น → ลงทุน DTG
หากต้องการ Mass production → ใช้ DTF

บางโรงงานระดับกลางเลือกวิธี “2 ระบบควบคู่” เพื่อครอบคลุมงานทั้งหมด (เป็นเทรนด์ที่มาแรงในปีนี้)


📌 บทสรุป: ถ้าคุณต้องการสร้างแบรนด์ – เลือก DTG ถ้าต้องการปริมาณ – เลือก DTF

DTG = คุ้มค่าระยะยาวสำหรับงานพรีเมียม / งานคุณภาพ
DTF = คุ้มค่าสำหรับงานด่วน / งานราคาถูก / ปริมาณเยอะ

ผู้ผลิตเสื้อที่กำลังเติบโตในปี 2026 กำลังมองหา “ความแตกต่างทางคุณภาพ” มากกว่า “ราคาแข่งกันอย่างเดียว” ซึ่ง DTG ให้ความได้เปรียบตรงนี้อย่างชัดเจน


🔵 ทดลองพิมพ์จริงก่อนตัดสินใจ ที่ Digito Tech

ถ้ายังลังเลว่า DTG หรือ DTF เหมาะกับธุรกิจของคุณมากกว่า
แนะนำให้มาทดลองพิมพ์ทั้งสองงานด้วยตัวเอง

สอบถาม / นัดทดสอบเครื่อง
➡️ LINE OA: @digito.th
➡️ www.digito-tech.com

digito-production-site

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *