Blog & Knowledge Center
บทความเกี่ยวกับเทคโนโลยีการพิมพ์ DTG การใช้งานเครื่อง แนวคิดธุรกิจ
เจาะเทรนด์แฟชั่น 2026: ทำไมแบรนด์ Streetwear ยุคใหม่ถึงทิ้งบล็อกสกรีน มาใช้ DTG?
หากคุณลองเดินสำรวจย่านแฟชั่นสตรีทแวร์ในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นสยามสแควร์, ลิโด้ หรือเลื่อนฟีด TikTok ดูแบรนด์เสื้อผ้าหน้าใหม่ที่กำลังเป็นกระแส (Viral) ในขณะนี้ คุณจะเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ชัดเจนมาก ยุคของเสื้อยืดที่สกรีนแค่ “โลโก้สีเดียวตรงหน้าอก” หรือ “ตัวหนังสือคำคมธรรมดาๆ” กำลังจะผ่านไป… เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุค “Maximalism Digital Art” หรือยุคที่ลวดลายบนเสื้อผ้ามีความซับซ้อน มีมิติ แสงเงา และเฉดสีนับล้านสี ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการเติบโตของงานศิลปะแบบ AI Art
ลูกค้าพรีเมียมเลือก DTG ลูกค้าทั่วไปเลือก DTF
ทำไมลูกค้าพรีเมียมเลือก DTG แต่ตลาด Mass เลือก DTF ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตลาดเสื้อพิมพ์ลายในไทยโตเร็วมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่มาจาก E-commerce, TikTok Shop, แบรนด์แฟชั่นท้องถิ่น และเสื้อพิมพ์ตามออเดอร์เทคโนโลยีการพิมพ์เสื้อที่ถูกพูดถึงตลอดคือ DTG (Direct to Garment) และ DTF (Direct to Film)
DTG vs DTF ความจริงที่ควรรู้ก่อนลงทุน
ปี 2025 ก้าวสู่ปี 2026 ถือเป็นช่วงเวลาที่ตลาดงานพิมพ์เสื้อในไทยกลายเป็น “สนามแข่งขัน” ระหว่างเทคโนโลยี DTG (Direct to Garment) และ DTF (Direct to Film) อย่างชัดเจน ทั้งสองระบบสามารถทำเสื้อพิมพ์ลายได้ดี แต่เหมาะกับคนละกลุ่มงาน และมีผลต่อ “ต้นทุน, คุณภาพ และกำไร” ที่แตกต่างอย่างมาก บทความนี้จะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกแบบ
DTG DTF และสกรีนต่างกันอย่างไร
การพิมพ์เสื้อพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วง 3–5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเทคโนโลยี “พิมพ์ดิจิทัล” ที่เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการผลิตจากงานล็อตใหญ่ ไปสู่ยุคที่สินค้าสั่งผลิตทีละชิ้น (On-Demand Manufacturing) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในประเทศไทย เทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ DTG (Direct to Garment), DTF (Direct to Film) และ งานสกรีนแบบดั้งเดิม แต่หลายคนยังไม่แน่ใจว่าเทคโนโลยีทั้งสามต่างกันอย่างไร และแบบไหนเหมาะกับธุรกิจของตัวเอง
