การพิมพ์เสื้อพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วง 3–5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเทคโนโลยี “พิมพ์ดิจิทัล” ที่เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการผลิตจากงานล็อตใหญ่ ไปสู่ยุคที่สินค้าสั่งผลิตทีละชิ้น (On-Demand Manufacturing) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในประเทศไทย เทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ DTG (Direct to Garment), DTF (Direct to Film) และ งานสกรีนแบบดั้งเดิม แต่หลายคนยังไม่แน่ใจว่าเทคโนโลยีทั้งสามต่างกันอย่างไร และแบบไหนเหมาะกับธุรกิจของตัวเอง
บทความนี้จะอธิบายทุกอย่างแบบเข้าใจง่าย พร้อมอัปเดตข้อมูลปี 2026 เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ
📌 DTG คืออะไร?
DTG (Direct to Garment) คือเทคโนโลยีการพิมพ์เสื้อที่ “พิมพ์หมึกลงบนผ้าโดยตรง” ด้วยหัวพิมพ์แบบอิงค์เจ็ต คล้ายการพิมพ์บนกระดาษ แต่ใช้หมึกสูตรพิเศษสำหรับเส้นใยผ้า
⭐ จุดเด่นของ DTG
สีสวย คมชัด รายละเอียดสูง
ผิวสัมผัสเรียบ ละเอียด ไม่รู้สึกว่ามีฟิล์มเคลือบ
เหมาะกับงานภาพถ่าย, งานสีซับซ้อน, งานศิลปะ
ผลิตล็อตเล็กหรือพิมพ์ชิ้นเดียวได้ง่าย
เป็นงานคุณภาพสูงระดับแบรนด์เสื้อพรีเมียม
⭐ ข้อจำกัด
เหมาะกับผ้าฝ้าย (Cotton) เป็นหลัก
ต้องมีการ Pre-Treatment (พรีทรีตหมึก) สำหรับเสื้อสีเข้ม
ต้นทุนต่อชิ้นสูงกว่า DTF
ความเร็วสู้สายการผลิตสกรีนไม่ได้
🔍 DTF คืออะไร?
DTF (Direct to Film) คือเทคโนโลยีที่ “พิมพ์ลงบนฟิล์มก่อน แล้วรีดลงเสื้อด้วยความร้อน”
⭐ จุดเด่นของ DTF
ใช้ได้กับผ้าเกือบทุกชนิด
ต้นทุนต่อชิ้นต่ำกว่า เหมาะกับตลาด Mass
ขั้นตอนง่าย ไม่ต้องพรีทรีต
ผลิตเร็ว เหมาะกับร้านรับพิมพ์ทั่วไป
⭐ ข้อจำกัด
ผิวสัมผัสเป็นฟิล์ม มีความแข็งและหนา
พอซักนาน ๆ อาจแตกหรือหลุดง่าย
คุณภาพสีไม่เสถียรเท่า DTG
ไม่เหมาะกับแบรนด์พรีเมียมที่ต้องการผิวสัมผัสนิ่ม
🎨 งานสกรีนแบบดั้งเดิมคืออะไร?
สกรีนแบบเดิมต้องใช้บล็อกสกรีนสำหรับแต่ละสี → ยิ่งหลายสีต้นทุนยิ่งสูง
⭐ จุดเด่นของสกรีน
ต้นทุนถูกมากหากพิมพ์จำนวนเยอะ
ทนทานสูง
เหมาะกับงานลายง่าย ๆ เช่น โลโก้ 1–3 สี
⭐ ข้อจำกัด
ไม่คุ้มกับงานจำนวนน้อย
ไม่รองรับลายละเอียดสูง
กระบวนการยุ่งยาก ใช้คนเยอะ
📊 ตารางเปรียบเทียบ DTG vs DTF vs Screen (อัปเดต 2026)
| รายการ | DTG | DTF | สกรีน |
|---|---|---|---|
| ความคมชัด | ⭐⭐⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐ | ⭐⭐ |
| ผิวสัมผัส | ⭐⭐⭐⭐⭐ (นิ่มที่สุด) | ⭐⭐ (เป็นฟิล์ม) | ⭐⭐⭐⭐ |
| ทนทาน | ⭐⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐⭐⭐ |
| เหมาะกับจำนวน | 1–200 ชิ้น | 1–500 ชิ้น | 300+ ชิ้น |
| ต้นทุนต่อชิ้น | ปานกลาง | ต่ำ | ต่ำมากเมื่อจำนวนเยอะ |
| ผ้าเหมาะสม | Cotton | ทุกประเภท | Cotton, TC |
| งานเหมาะสม | Premium, ศิลปะ, ภาพ | งานทั่วไป | งาน Mass |
🤔 คำถามสำคัญ: DTG เหมาะกับใคร?
✔ 1) แบรนด์เสื้อพรีเมียม
ต้องการผิวสัมผัสนิ่ม สีสวยมาก → DTG คือคำตอบ
✔ 2) ร้านเสื้อที่รับพิมพ์ชิ้นเดียว – สิบชิ้น
งานภาพ งานศิลปะ ควรเลือก DTG
✔ 3) โรงงานสกรีนที่อยากรับงานล็อตเล็ก
DTG จะช่วยเติมช่องว่างที่สกรีนทำไม่ได้
✔ 4) ผู้ประกอบการ SME
ต้องการสร้างแบรนด์ Custom แบบ On-demand
📌 แล้วผ้าแบบไหนเหมาะกับ DTG?
Cotton 100% → ดีที่สุด
Cotton Comb 32, 40 → เนียนที่สุด
ผ้าสีเข้ม → ต้อง Pre-Treatment
ผ้าสีอ่อน → พิมพ์ได้ง่าย สีสดมาก
📣 สรุปความแตกต่างแบบกระชับ
DTG = คุณภาพสูงสุด งานละเอียดพรีเมียม
DTF = ต้นทุนถูก เร็ว ใช้ได้กับผ้าหลากหลาย
สกรีน = เหมาะกับงาน Mass จำนวนมาก
ธุรกิจที่ต้องการคุณภาพสูง หรือแบรนด์ที่ต้องการความ “นิ่ม” และ “ภาพเหมือนจริง” เกือบทั้งหมดกำลังหันมาใช้ DTG มากขึ้น โดยเฉพาะในปี 2026 ที่ลูกค้าต้องการสินค้า On-demand เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
🚀 ทำไมปี 2026 จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ DTG?
1) เทรนด์สั่งผลิตทีละชิ้น (Print-On-Demand) โตแรง
E-commerce → ลายไม่ซ้ำ → ต้องผลิตเร็ว
2) ลูกค้าต้องการเนื้อผ้านิ่ม สวมใส่สบาย
DTF เริ่มโดนบ่นว่า “แข็ง” ไม่สบายตัว
3) โรงงานต้องลดสต๊อกและล็อตใหญ่
DTG ช่วยผลิตเฉพาะยอดที่สั่งจริง
4) เครื่อง DTG รุ่นใหม่ราคาจับต้องได้มากขึ้น
โดยเฉพาะแบรนด์จากจีนที่คุณภาพดีขึ้นระดับอุตสาหกรรม
🏭 โรงงานสกรีนไทยกำลังปรับมาใช้ DTG มากขึ้น
จากข้อมูลตลาด เครื่องพิมพ์ DTG ในโรงงานไทยมีการใช้งานเพียง 20%
ขณะที่ในสหรัฐและยุโรปอยู่ที่ 40%+
ปี 2026 จึงเป็นโอกาสของโรงงานที่ต้องการ:
เพิ่มกำไรงานล็อตเล็ก
รับลูกค้าออนไลน์ที่ต้องการ “ความเร็ว + คุณภาพ”
ลดปัญหาขาดแรงงาน
เพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิต
🟦 ตัวอย่างผู้ใช้งาน DTG ที่ได้ผลดีในไทย (โดยรวม)
ร้านเสื้อ Custom ที่ขายบน Shopee / TikTok Shop
แบรนด์ศิลปิน / Streetwear
โรงงานที่รับงานศิลปิน KOL
โรงงาน Print On Demand
แบรนด์องค์กรต้องการงานพรีเมียม
🔧 เลือกเครื่อง DTG อย่างไรให้คุ้ม? (Guideline 2026)
✔ ระดับมืออาชีพ (Professional / โรงงาน)
พิมพ์เร็ว, ระบบหมึกนิ่ง
รองรับไซส์ใหญ่ เช่น 40×50, 60×80
บริการหลังการขายต้องมี SLA ชัดเจน
✔ ระดับ SME
ใช้ง่าย ดูแลไม่ยาก
ระบบสีไม่ซับซ้อน
ต้นทุนต่อชิ้นสมเหตุสมผล
✔ ระดับผู้เริ่มต้น
เน้นเครื่องที่มีคู่มือ, วิดีโอสอน และบริการใกล้มือ
อัปเกรดง่ายในอนาคต
🧪 คุณภาพสี DTG ขึ้นอยู่กับอะไร?
หัวพิมพ์ (เช่น Epson i3200 → คมชัดกว่า XP600)
หมึกคุณภาพ
การพรีทรีต
ความละเอียดพิมพ์
RIP Software
เมื่อองค์ประกอบครบ งาน DTG จะสวย คม เนียนมาก
🎯 ข้อควรคิดก่อนเลือกเทคโนโลยี
ถ้าต้องการ คุณภาพสูงสุด → DTG
ถ้าต้องการ ต้นทุนถูก + งานทั่วไป → DTF
ถ้าต้องการ ปริมาณเยอะมาก → สกรีน
🟦 สรุป: DTG คือเทคโนโลยีที่เหมาะกับตลาดปี 2026 ที่ต้องการคุณภาพ + ความยืดหยุ่น
DTG แก้ปัญหาที่สกรีนและ DTF ทำไม่ได้ เช่น
ผิวสัมผัสสวย
รายละเอียดงานศิลปะ
งานจำนวนเล็กแต่คุณภาพสูง
ความยืดหยุ่นในการผลิต “ชิ้นเดียวก็ทำได้”
จึงไม่น่าแปลกใจที่แบรนด์เสื้อพรีเมียมในไทยและเอเชียกำลังขยับมาใช้ DTG มากขึ้นในปีนี้
หากคุณกำลังสนใจเทคโนโลยี DTG สำหรับธุรกิจของคุณ
สามารถทดลองพิมพ์จริงที่โชว์รูม Digito Tech ได้
